น้ำเงี้ยว หากจะกล่าวถึงอาหารทางภาคเหนือแล้ว นอกเหนือจากแกงฮังเล ไส้อั่ว แคบหมู และอื่นๆ ขนมเส้นน้ำเงี้ยว หรือที่ชาวเหนือเรียกว่า ขนมจีน
น้ำเงี้ยวก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว ก็เป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของหลายๆคน ทุกครั้งที่ได้มาเยือนเมืองเหนือก็มักจะมองหาร้านน้ำเงี้ยวอร่อยๆทานกัน น้ำเงี้ยว
ของแต่ละที่แต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันอยู่บ้างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรสชาติขั้นตอนการทำหรือแม้แต่ภาชนะีที่ใส่นั่นเป็นเพราะแต่ละที่ก็จะมี
สูตรหรือความนิยมที่แตกกันออกไปแต่ก็จะมีส่วนที่คล้ายคลึงกันอยู่บ้าง
คนเหนือสามารถทานน้ำเงี้ยวได้ทั้ง 3 มื้อ น้ำเงี้ยวจะอร่อย ต้องทานเมื่อร้อนๆ น้ำเงี้ยวไม่ควรมีรสหวาน ต้องเผ็ดนำ เปรี้ยว เค็มถึงจะอร่อย ส่วนใหญ่ที่เห็นโดยทั่วเป็นจะเป็นน้ำเงี้ยวหมู แต่ที่เชียงรายมีทั้งน้ำเงี้ยวหมูและน้ำเงี้ยวเนื้อวัว ซึ่งน้ำวัวค่อนข้างมีรสเข้มข้นกว่า ก็แล้วแต่จะเลือกทานน้ำหมูหรือน้ำวัว
น้ำเงี้ยวจะมีความเข้มข้นของเลือดไก่สด คุณภาพของน้ำพริกมีผลต่อรสชาติของน้ำเงี้ยว น้ำพริกดีๆทำให้น้ำมีความเข้มข้น แต่หากชอบน้ำใสๆ ก็ไม่ต้องใส่เลือดไก่ ชอบเผ็ดน้อยก็ลดปริมาณน้ำพริกลง ปรุงรสชาติได้ตามชอบ
ขั้นตอนการทำ การใส่ใจในทุกกระบวนการ ก็มีผลต่อรสชาติจะดีหรือไม่ดี ถามว่าไม่ใส่ดอกงิ้วได้ไหม ไม่ใส่เลือดไก่ได้ไหมคำตอบคือได้ แล้วแต่จะประยุกต์เอา ไม่ผิดแต่อย่างใด เพียงแต่ขาดความเหมือนต้นตำรับเท่านั้นเอง แต่ที่เชียงรายนิยมใส่ดอกงิ้วด้วย ขาดไปอย่างใดอย่างหนึ่งก็หมดความอร่อย ร้านไหน บ้านไหน ทำน้ำเงี้ยว แต่ขาดดอกงิ้ว ก็เหมือนกับผิดสูตรไปเลยก็ว่าได้ ทีนี้ก็ถึงเวลาลงมือทำน้ำเงี้ยวกันได้แล้ว เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้ว ทำตามสู็ตรล้านนาช้อปปิ้งมอลล์ได้เลย...
น้ำเงี้ยวเชียงราย รสชาติที่อยากให้ท่านได้ลิ้มลอง / สำหรับทานกับขนมเส้น 1 กิโลกรัม
น้ำพริกน้ำเงี้ยว 5 ช้อนโต๊ะ ( เพิ่มเติมภายหลังได้แล้วแต่ชอบ ชอบเผ็ดก็ใส่เยอะๆได้เลย) สั่งซื้อน้ำพริก ที่นี่
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมโขลก 1 ช้อนโต๊ะ
เนื้อหมู หรือ เนื้อวัว สับละเอียด 250 กรัม
น้ำ 10 ถ้วย
ซี่โครงหมูอ่อน สับพอดี 250 กรัม
ดอกงิ้ว 1 กำมือ ( แช่น้ำให้อ่อน )
เลือดไก่ก้อน 3 ก้อน
มะเขือเทศ ผ่าครึ่ง 300 กรัม
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ซุบไก่ก้อน 1-2 ก้อน
ผักและเครื่องเคียง
ผักกาดดองหั่น, ถั่วงอกดิบ, ต้นหอม, ผักชี, กระเทียมเจียว, มะนาว, พริกขี้หนูแห้งทอดหรือพริกป่้น, แคบหมู, หนังปอง, กะหล่ำซอย, ไข่ต้ม
วิธีทำ
1. ต้มกระดูกหมูให้เดือด ใส่รากผักชีและดอกงิ้ว ต้มและเคี่ยวไปเรื่อยๆ
2. ระหว่างต้มน้ำกระดูกหมู ตั้งกระทะเทน้ำมันพืชนิดหน่อย โขลกกระเที่ยมและลงไปผัดกับน้ำพริกน้ำเงี้ยวให้หอม เอาหมูสับลงผัดกับน้ำพริก
น้ำเงี้ยวจนสุก
3. นำหมูสับที่ผัดกับน้ำพริกน้ำเงี้ยว ใส่ต้มรวมกันกับน้ำต้มกระดูกที่ตั้งไว้
4. พอใกล้สุก ก็ใส่มะเขือเทศหั่นพร้อมกับเลือดไก่หั่นชิ้นลงไป หรือเพิ่มซุบไก่ก้อนสักก้อน ต้มต่อสักครู่
5. ชิมรสชาติ เพิ่มเติมได้ตามใจชอบ ต้องการเผ็ด ก็เพิ่มน้ำพริกน้ำเงี้ยวได้

วิธีรับประทาน ใส่ขนมเส้นหรือก๋วยเตี๋ยว พอประมาณ ตักน้ำเงี้ยวใส่ กระดูกหมู เลือดก้อน ดอกงิ้ว ชอบน้ำมากน้ำน้อยก็แล้วแต่ เครื่องปรุงสามารถปรับเปลี่ยน เลือกได้ตามชอบ บางท่านไม่ชอบดอกงิ้วก็ตัดออกไปตั้งแต่ขั้นตอนการทำชอบน้ำใสๆก็ไม่ต้องใส่เลือดดิบเยอะ หรือไม่ใส่เลยก็ได้ ใส่กระเทียมเจียว บีบมะนาว ต้นหอม ผักชี ถั่วงอกปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล พริกป่น ตามชอบ ทานกับแคบหมูหรือหนังปอง ถ้าหากว่าไม่ใส่เส้น สามารถทานเป็นเกาเหลาน้ำเงี้ยวได้ ทานกับข้าวเงี้ยวหรือข้าวกั้นจิ้นก็อร่อย ทำหม้อใหญ่ ทานได้ทั้งวัน